ความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือน (Vibration) คือ การเคลื่อนที่หรือการสั่นของวัตถุในลักษณะที่สั่นกลับไปกลับมารอบๆ ตำแหน่งที่สมดุล หรือศูนย์กลางของการเคลื่อนที่ แรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นเมื่อมีการกระทำของแรงภายนอกที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ในลักษณะวนรอบตำแหน่งเดิม ซึ่งอาจเกิดจากการกระแทก, การหมุน, หรือการเปลี่ยนแปลงของพลังงานต่างๆ เช่น การเคลื่อนที่ของเครื่องจักร, ยานพาหนะ, หรือแม้กระทั่งจากสิ่งแวดล้อม เช่น แผ่นดินไหว
การวัดแรงสั่นสะเทือนมักใช้หน่วย “ฮาร์ตซ์” (Hertz, Hz) เพื่อแสดงจำนวนรอบที่การสั่นทำในหนึ่งวินาที หรือ “มิลลิเมตร” (mm) และ “เมตรต่อวินาที” (m/s) เพื่อแสดงความแรงของการเคลื่อนที่นั้นๆ
การจัดระดับความเสียหายจากแรงสั่นเทือนมักจะใช้มาตรฐานการประเมินความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหวหรือแรงสั่นสะเทือนจากแหล่งอื่นๆ ซึ่งสามารถแบ่งเป็นระดับต่างๆ ได้ดังนี้:
ระดับ 1 (Intensity I – Not felt)
– ไม่มีการสั่นสะเทือนที่รู้สึกได้ มักจะเกิดจากแรงสั่นเทือนที่มีความเข้มข้นต่ำมาก หรือจากแหล่งที่มีระยะทางไกลมากเกินไป
– ไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น
ระดับ 2 (Intensity II – Weak)
– ความสั่นสะเทือนสามารถรู้สึกได้ในบางพื้นที่ แต่ไม่รุนแรง
– ไม่มีความเสียหายที่สำคัญ
ระดับ 3 (Intensity III – Light)
– รู้สึกได้ชัดเจนในบางพื้นที่ คนบางคนอาจรู้สึกไม่สบายตัวหรือรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อย
– ไม่มีความเสียหายที่สำคัญ แต่บางสิ่งอาจเคลื่อนไหวหรือสั่น
ระดับ 4 (Intensity IV – Moderate)
– ความสั่นสะเทือนชัดเจนและอาจทำให้บ้านหรือสิ่งก่อสร้างมีการเคลื่อนไหวเล็กน้อย
– บางสิ่งในบ้านอาจเคลื่อนหรือหล่น
ระดับ 5 (Intensity V – Strong)
– การสั่นสะเทือนรุนแรง ทำให้สิ่งของในบ้านตกหล่นหรือเคลื่อนที่
– สร้างความรู้สึกไม่สบายตัวให้กับคนในพื้นที่
– อาจเกิดความเสียหายเล็กน้อย เช่น รอยแตกในผนัง
ระดับ 6 (Intensity VI – Very strong)
– การสั่นสะเทือนรุนแรงมาก อาจทำให้บ้านหรืออาคารมีรอยแตกมากขึ้น
– บางอาคารอาจเกิดความเสียหายได้ เช่น ผนังหรือเพดานเกิดรอยร้าว
ระดับ 7 (Intensity VII – Severe)
– ความเสียหายต่ออาคารและโครงสร้างมากขึ้น อาคารบางแห่งอาจพังทลายหรือเสียหาย
– การสั่นสะเทือนทำให้เกิดความกลัวและตื่นตระหนกในประชาชน
ระดับ 8 (Intensity VIII – Very Severe)
– อาคารที่ไม่แข็งแรงอาจพังทลายได้
– ความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนและสะพาน
– การเคลื่อนไหวของพื้นดินอาจทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายของดินหรือหิน
ระดับ 9 (Intensity IX – Devastating)
– ความเสียหายรุนแรงที่สุด อาคารพังทลายทั้งหลัง
– เกิดความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่ขนาดใหญ่ รวมถึงการทำลายโครงสร้างพื้นฐานอย่างกว้างขวาง
ระดับ 10 (Intensity X – Completely Devastating)
– พื้นที่กว้างขวางได้รับความเสียหายจนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดพังทลาย
– บางพื้นที่อาจกลายเป็นซากปรักหักพังอย่างสิ้นเชิง
“การประเมินความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนจะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ระยะจากแหล่งกำเนิดแรงสั่น, ความแข็งแรงของโครงสร้าง, และลักษณะทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่”
———————————————–
อย่างที่ทราบกันโดยทั่วแรงสั่นสะเทือนที่ไม่สามารถควบคุมได้อย่างแผ่นดินไหว จำเป็นต้องเรียนรู้ ปรับตัว ป้องกันในภาพรวมของระบบพื้นฐานกาเป็นอยู่ในชีวิตเพื่อพร้อมรับมือ ลดความเสียหายทั้งทางทรัพย์สินและชีวิตให้ได้มากที่สุด แต่ยังมีแรงสั่นไหวอีกจำพวกที่เราสามารถควบคุมและประเมินได้ ก็คือแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากเครื่องมือ เครื่องจักร ที่มนุษย์เราผลิตขึ้นมา
แรงสั่นสะเทือนอาจส่งผลกระทบต่างๆ ได้อย่างรุนแรงเช่นกัน
แรงสั่นสะเทือนจากเครื่องจักรสามารถสร้างความเสียหายได้ในหลายระดับ ขึ้นอยู่กับความแรงของการสั่นสะเทือน, ความถี่, ระยะเวลาที่เครื่องจักรทำงาน, และวัสดุหรือโครงสร้างที่ได้รับผลกระทบ เช่น:
1. ความเสียหายต่อโครงสร้าง:
– หากการสั่นสะเทือนมีความแรงมากและต่อเนื่อง อาจทำให้โครงสร้างของอาคารหรือเครื่องจักรเสียหาย เช่น รอยแตกในผนัง, เสียหายของพื้น หรือโครงสร้างที่ไม่ได้รับการออกแบบให้รองรับแรงสั่นสะเทือน
– อาจทำให้เกิดการคลายตัวของสกรูหรือล็อคต่าง ๆ ในเครื่องจักร, ทำให้เกิดความเสียหายหรือการหยุดการทำงาน
2. ความเสียหายต่อเครื่องจักร:
– เครื่องจักรที่มีการสั่นสะเทือนต่อเนื่องอาจทำให้ส่วนประกอบต่าง ๆ เสื่อมสภาพเร็วขึ้น เช่น การสึกหรอของแบริ่ง, ลูกรอก, หรือส่วนที่มีการเคลื่อนไหว
– อาจทำให้เครื่องจักรทำงานไม่ถูกต้องหรือหยุดทำงาน
3. ความเสียหายต่อสุขภาพ:
แรงสั่นสะเทือนที่มีผลต่อมนุษย์ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น ปัญหาที่เกี่ยวกับกระดูก, ข้อต่อ, หรือระบบประสาท ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสการสั่นสะเทือนเป็นระยะเวลานาน
4. ผลกระทบทางเศรษฐกิจ:
เครื่องจักรที่หยุดทำงานเนื่องจากการเสียหายจากการสั่นสะเทือนอาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักในการผลิต และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วน
ในกรณีที่มีแรงสั่นสะเทือนสูงและต่อเนื่อง จำเป็นต้องมีการควบคุมการสั่นสะเทือน หรือใช้ระบบลดการสั่นสะเทือน เช่น การติดตั้งที่หนีบกันสั่น (vibration isolators) เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
รวมทั้งการควบคุมแรงสั่นสะเทือนไม่ให้มีมากกว่ากำหนดของเครื่องจักรต่าง ผ่านการตรวจวัดประเมินจากการสอบเทียบ Calibration เครื่องจักเหล่านั้นผ่าน ผู้เชี่ยวชาญ Lab Calibration ที่น่าเชื่อถือ เพื่อเป็นการช่วยป้องกันอีกทางหนึ่ง
บริการสอบเทียบเครื่องมือวัดของMIT มั่นใจได้เลยว่า อุปกรณ์เครื่องมือวัดทุกชิ้น จะได้รับการสอบเทียบเครื่องมือวัดอย่างถูกต้อง แม่นยำ เที่ยงตรง ใช้งานได้อย่างไร้ความกังวล และบริการที่มากกว่าแค่งานสอบเทียบ
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท มิราเคิล อินเตอร์เนชั่นแนล เทคโนโลยี จำกัด
สายด่วน : +66 (0)87-779-5111
Line : @mitiplus
Facebook : Miracle International Technology Co., Ltd.
อีเมล : info@mit.in.th